Glow Nude Atelier บิ้วอิน การออกแบบ ตกแต่งภายใน ซาลอน ร้านเสริมสวย

Glow Nude Atelier ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงร้านทำผมแต่คือพื้นที่ประสบการณ์ที่ตั้งใจพาผู้มาเยือนออกจากจังหวะชีวิตอันเร่งรีบของเมือง เข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยความสงบ ความละมุน และความงามอย่างมีรสนิยม การออกแบบตกแต่งภายในของที่นี่ Mela Deco ตั้งใจออกแบบให้ลดทอนความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมแบบเมือง ด้วยเส้นสายโค้งมน โทนสี Nude & Cream Palette และวัสดุธรรมชาติที่ให้สัมผัสอบอุ่น เปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งความงาม ที่โอบล้อมลูกค้าด้วยความผ่อนคลายในทุกมิติ ที่นี่คือจุดบรรจบกันอย่างลงตัวของ Boutique Spa Atmosphere และ Professional Salon Function  สถานที่ซึ่ง เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง เพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับการปรนนิบัติอย่างแท้จริงค่ะ

 

MELA DECO เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน

 

 

 

Glow Nude Atelier Collection

หัวใจสำคัญของการบิ้วอิน Glow Nude Atelier คือการออกแบบจากมุมมองของผู้ใช้งานจริงทั้งลูกค้าและช่างทำผม ทุกฟังก์ชันจึงถูกวางแผนอย่างละเอียด เพื่อให้การใช้งานลื่นไหล ไม่อึดอัด และส่งเสริมบรรยากาศแห่งการพักผ่อน พื้นที่ถูกจัดวางแบบ Open แต่มีการไหลของโซนอย่างชัดเจน ตั้งแต่โซนต้อนรับ โซนนั่งรอ โซนทำผม ไปจนถึงพื้นที่สระผม ทุกจุดเชื่อมต่อกันอย่างนุ่มนวลด้วยเส้นโค้ง แทนการใช้ผนังแข็งทื่อ

งานบิ้วอินทั้งหมดสะท้อนความตั้งใจในการสร้างอารมณ์ร่วมมากกว่าการโชว์ความหรูหราแบบฉาบฉวย ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ 𝐌𝐞𝐥𝐚 𝐃𝐞𝐜𝐨 ให้ความสำคัญมาโดยตลอดเลยค่ะ เพราะเราเชื่อว่าการออกแบบที่เข้าใจความรู้สึกของคนใช้พื้นที่ย่อมทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสะดวกและผ่อนคลาย

4 แกนหลักแนวคิดของ Glow Nude Atelier

 

 

1. The Flow of Femininity ดีไซน์ที่เข้าใจผู้หญิง

หนึ่งในเอกลักษณ์โดดเด่นของ Glow Nude Atelier คือการใช้ Arch Design (ซุ้มโค้ง) เป็นภาษาหลักของงานออกแบบ ซุ้มโค้งถูกนำมาใช้เชื่อมโยงผนัง เพดาน และช่องเปิดต่าง ๆ ให้ไหลต่อเนื่องกันอย่างไร้รอยต่อ ลดทอนมุมเหลี่ยมที่แข็งกระด้าง และสร้างจังหวะสายตาที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ จากภาพบิ้วอินจะเห็นว่าเส้นโค้งไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบเชิงสุนทรียะ แต่ยังช่วยกำหนดโซนการใช้งานอย่างแยบยล เช่น ซุ้มโค้งบริเวณสถานีทำผม ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว , เส้นฝ้าโค้งที่นำสายตาไปสู่เคาน์เตอร์ต้อนรับ , ผนังโค้งที่ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและกว้างขึ้น ทั้งหมดนี้สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ อ่อนโยนแต่มั่นใจ เรียบง่ายแต่ทรงพลังค่ะ

 

 

2. Tactile Serenity Nature’s Touch  ความหรูหราที่สัมผัสได้จริง

คอลเคกชัน Glow Nude Atelier นี้ Mela Deco ตั้งใจเลือกใช้วัสดุที่ให้ทั้งความสวยงามและประสบการณ์สัมผัสอย่างพิถีพิถัน เช่น

  • Plaster Wall (ผนังปูนปั้น) ผิวสัมผัสเนียนนุ่ม ให้ความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติ
  • Terrazzo (หินขัด) เติมมิติและลูกเล่นให้พื้นและบางจุดของเคาน์เตอร์ สร้างความพรีเมียมแบบไม่ฉูดฉาด
  • Light Wood วัสดุไม้โทนอ่อน ช่วยเพิ่มความอบอุ่น ลดความแข็งของวัสดุสมัยใหม่

การจับคู่ของวัสดุเหล่านี้ทำให้พื้นที่ดู Clean แต่ไม่จืด เรียบแต่ไม่เรียบง่ายจนเกินไป เป็นความหรูหราที่รู้สึกได้มากกว่าการมองเห็น สร้างสมดุลระหว่างความงาม ฟังก์ชันและอารมณ์ของพื้นที่ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

 

 

3. Ambient Warmth & Craftsmanship  แสงที่ออกแบบเพื่อการผ่อนคลาย

แสงสว่างคือองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดอารมณ์ของ Glow Nude Atelier ที่นี่เลือกใช้การผสมผสานระหว่าง

  • Rattan Pendant Lamp โคมไฟงานสานจากวัสดุธรรมชาติ เติมกลิ่นอาย Resort Spa
  • Hidden Warm Light แสงไฟวอร์มที่ซ่อนตามหลืบฝ้าโค้งและผนัง

แสงถูกออกแบบให้กระจายตัวอย่างนุ่มนวล คล้ายแสงยามเช้า ช่วยขับผิวลูกค้าให้ดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็ไม่รบกวนสายตาของช่างทำผม งานฝ้าโค้งและระบบไฟซ่อนนี้ต้องอาศัยความประณีตในงานก่อสร้างและบิ้วอิน ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญด้าน Craftsmanship ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

 

4. The Sanctuary Vibes ซาลอนที่ให้ความรู้สึกเหมือน Private Lounge

พื้นที่ต้อนรับของ Glow Nude Atelier ถูกยกระดับด้วยแนวคิด Biophilic Design การนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายใน ต้นไม้ฟอร์มสวยถูกจัดวางเป็นจุดเด่นกลางร้าน ช่วยสร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และลดความตึงเครียดทางอารมณ์ เฟอร์นิเจอร์โทนขาวครีม ดีไซน์โค้งมน นั่งสบาย ทำให้โซนรอไม่น่าเบื่อ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนนั่งพักผ่อนใน Private Lounge ส่วนตัว มากกว่าการรอคิวทำผม การออกแบบลักษณะนี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของร้านจากซาลอนทั่วไปสู่พื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าอยากใช้เวลาอยู่ให้นานขึ้น

 

 

Glow Nude Atelier ซาลอนลอนที่ฟังก์ชันคิดมาเพื่อลูกค้า

ในโลกของธุรกิจความงาม ภาพลักษณ์ของพื้นที่คือส่วนหนึ่งของแบรนด์ Glow Nude Atelier คือตัวอย่างของการออกแบบที่ตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว เช่น สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น , ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายและอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ , เสริมภาพลักษณ์ความพรีเมียมแบบน้อยแต่มาก แม้บรรยากาศจะดูละมุนและผ่อนคลาย แต่ Glow Nude Atelier ยังคงให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานของซาลอนมืออาชีพอย่างครบถ้วน

  • สถานที่ทำผมถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้งานเหมาะสม ไม่อึดอัด
  • งานบิ้วอินตู้เก็บอุปกรณ์ ซ่อนความวุ่นวาย ให้ร้านดูเรียบร้อยตลอดเวลา
  • เคาน์เตอร์และชั้นโชว์ผลิตภัณฑ์ ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของงานตกแต่ง ไม่ดูเป็นเชิงพาณิชย์จนเกินไป

นี่คือผลลัพธ์ของการออกแบบที่เข้าใจทั้งภาพลักษณ์แบรนด์และกระบวนการทำงานจริง ที่ Mela Deco ตั้งใจคิดเพื่อให้พื้นที่นี้ออกมาดีที่สุดค่ะ เพราะการลงทุนในงานออกแบบภายในที่ดี คือการลงทุนในประสบการณ์ของลูกค้า

 

 

สรุป

Glow Nude Atelier คือคำตอบของซาลอนยุคใหม่ ที่ต้องการความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ หรูหราแต่ไม่ห่างเหิน ทุกเส้นโค้ง ทุกพื้นผิว ทุกแสงเงา ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์แห่งความสงบและความงามอย่างแท้จริง และเมื่อแนวคิดนี้ถูกร้อยเรียงผ่านงานบิ้วอินที่ใส่ใจในรายละเอียด ภายใต้มุมมองการออกแบบของ Mela Deco พื้นที่จึงไม่ใช่แค่สถานที่ให้บริการ แต่กลายเป็น Brand Experience ที่ลูกค้าจะจดจำและหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้าไปอย่างแน่นอนค่ะ Glow Nude Atelier คือพื้นที่ที่ทำให้การดูแลนั้นงดงามตั้งแต่บรรยากาศรอบตัว

 

แชร์ข่าวนี้:

ข่าวอื่นๆ

Terra Cotta Verse ผลงานบิ้วอินและออกแบบตกแต่งภายในที่ถ่ายทอดความอบอุ่นของดิน ไม้ และแสงอย่างกลมกลืน สร้างพื้นที่แห่งการพักใจที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
London Bloom คือบิ้วอินและการออกแบบตกแต่งภายในที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของลอนดอนด้วยแนวคิด Softened Brutalism ที่สร้างบรรยากาศเท่ สงบและนุ่มนวล
เปรียบเทียบบิ้วอินช่วงต้นปี VS กลางปี ทั้งด้านสภาพอากาศ ระยะเวลาก่อสร้าง และความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อเลือกช่วงเวลาบิ้วอินให้เหมาะกับงานของคุณ
Glow Nude Atelier คือพื้นที่บิ้วอินแห่งความงามที่ออกแบบให้เวลาเดินช้าลง ด้วยบรรยากาศ Soft Luxury เสมือน Boutique Spa ที่ผสานเข้ากับซาลอนมืออาชีพ
ส่องเทรนด์ Minimal ยุคใหม่ปี 2026 ที่มากกว่าแค่ความขาวโล่ง เจาะลึก 6 การเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างบ้านที่อบอุ่นและอยู่สบายที่คนรักบ้านห้ามพลาด!
อัปเดตเทรนด์บิ้วอินแต่งบ้านแนว Luxury ปี 2026 เน้นความหรูหราที่ดูสดใหม่ด้วยดีไซน์เส้นโค้งและวัสดุธรรมชาติ เปลี่ยนบ้านให้เป็นชิ้นงาน Masterpiece