เดินสายไฟฝังผนัง VS เดินลอย แบบไหนดี?

เรื่องของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และการเดินสายไฟเป็นเรื่องที่ผู้อยู่อาศัยต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ภายในบ้าน เพราะระบบไฟฟ้าเป็นระบบที่ต้องมีการติดตั้งอย่างถูกต้อง เลือกใช้สายไฟให้ถูกประเภท อีกทั้งยังต้องติดตั้งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ต่อสายไฟโยงไปมา รุงรัง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้

และนอกจากการเลือกติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้มีความปลอดภัยแล้ว ยังต้องเลือกรูปแบบการเดินสายไฟให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และรูปแบบของบ้านด้วย ซึ่งการเดินสายไฟนั้นมีด้วยกัน 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ แบบฝังผนัง และแบบลอย แต่จะเลือกรูปแบบใด มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ระบบไฟฟ้า เป็นระบบที่ช่วยให้เราสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และแสงสว่างภายในบ้าน ซึ่งการเดินสายไฟฟ้านั้นต้องมีการออกแบบและติดตั้งโดยช่างไฟที่มีความเชี่ยวชาญ มีการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และรูปแบบการติดตั้งที่มีความเหมาะสมกับบ้าน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน นอกจากความสวยงามเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยให้มีการใช้งานเครื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย หมดกังวลเรื่องปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร นอกจากนี้การเดินสายไฟที่ถูกต้องยังทำให้การจ่ายไฟมีความเสถียร กระแสไฟฟ้ามีความทั่วถึง ช่วยลดปัญหาไฟตก ไฟกระตุก หรือไฟดับอีกด้วย

การเดินสายไฟในบ้านสามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ แบบฝังผนัง และแบบเดินลอย ซึ่งทั้งสองรูปแบบก็จะมีความแตกต่างกัน สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกทำแบบไหนดี ไปดูกันว่าทั้งสองรูปแบบนั้นมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจ

1. การเดินสายไฟแบบฝังผนัง

การเดินสายไฟแบบฝังผนังจะต้องวางแผนควบคู่ไปพร้อมๆ กับการก่อสร้าง เพราะการเดินสายไฟแบบฝังผนังนั้นจะต้องฝังสายไฟไว้ในผนัง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสายไฟได้ ช่วยทำให้บ้านดูเป็นระเบียบ แต่หากต้องการแก้ไข เพิ่มจุดต่อไฟในอนาคตอาจทำได้ยาก และใช้งบประมาณค่อนข้างมาก เพราะต้องเจาะผนังเดิม เพื่อเพิ่มจุดต่อไฟ  สำหรับข้อดี-ข้อเสียของแบบฝังผนังมีดังนี้

ข้อดีของการเดินสายไฟแบบฝังผนัง

  • การซ่อนสายไฟไว้ในผนังจะช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสายไฟรุงรังให้รำคาญตา
  • สายไฟมีความปลอดภัย ไม่เสียหายได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในผนัง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ 
  • ช่วยลดปัญหาการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน

ข้อเสียของการเดินสายไฟแบบฝังผนัง

  • มีความซับซ้อนในการติดตั้ง เพราะช่างไฟต้องวางแผนร่วมกับช่างก่อสร้าง เพื่อให้งานออกมาเป็นระเบียบมากที่สุด
  • ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีความคงทนแข็งแรง ที่สำคัญจะต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้งานที่มีความเนี้ยบ จึงมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
  • เมื่อสายไฟเกิดความเสียหายจะตรวจสอบได้ยาก เพราะไม่สามารถมองเห็นได้
  • แก้ไขหรือซ่อมแซมได้ยาก เพราะต้องเจาะผนังเดิมออกก่อน

2. การเดินสายไฟแบบเดินลอย

การเดินสายไฟแบบลอย คือ การยึดสายไฟติดเข้ากับผนังบ้าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ติดตั้งได้ง่าย ไม่มีความซับซ้อน แต่ในกรณีที่พื้นที่นั้นๆ มีความชื้น มีฝุ่น หรือควันเยอะก็จะทำให้สายไฟมีความสกปรกได้ง่าย ซึ่งการเดินสายไฟแบบลอยแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1.เแบบท่อร้อยสายไฟ และ 2. แบบกิ๊ปรัดสายไฟฟ้าสำหรับการติดตั้งสายไฟแบบลอยจะมีข้อดี-ข้อเสียดังนี้

ข้อดีของการเดินสายไฟแบบเดินลอย

  • การเดินสายไฟแบบลอยเป็นรูปแบบการติดตั้งที่ใช้กิ๊ปติดสายไฟไปกับผนังอาคาร ซึ่งไม่มีความซับซ้อน ทำให้มีราคาที่ประหยัด
  • รูปแบบการติดตั้งนั้นง่าย ไม่ต้องมีการวางแผนที่ยุ่งยากมากนัก
  • หากต้องการซ่อมแซม และเพิ่มจุดต่อไฟ สามารถทำได้ง่าย

ข้อเสียของการเดินสายไฟแบบเดินลอย

  • ต้องมีการวางแผนเส้นทางของการเดินสายไฟให้ดี เพื่อความเป็นระเบียบและสวยงาม
  • อาจทำให้สายไฟเกิดความเสียหายจากสภาพแวดล้อมได้
  • การเดินสายไฟแบบลอยต้องมีการจัดสายไฟอย่างเป็นระบบ ไม่ให้มีความแออัดมากเกินไป เพื่อลดโอกาสในการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
  • สวิตช์ไฟจะลอยสูงขึ้นมาจากผนัง อาจทำให้วางเฟอร์นิเจอร์ชิดกำแพงได้ยาก

เลือกเดินสายไฟแบบไหนดี ฝังผนัง VS เดินลอย

การเลือกเดินสายไฟในแต่ละแบบก็มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป สำหรับใครที่กำลังสับสนว่าควรเลือกแบบไหนดี ให้ดูรูปแบบของบ้าน และการใช้งานเป็นหลัก สำหรับบ้านที่ดีไซน์มีความหรูหรา อยากให้บ้านมีความเป็นระเบียบให้เลือกแบบฝังผนัง เพื่อให้ผนังมีความเรียบร้อย สะอาดตา ไม่มีแนวสายไฟมากวนใจ แต่สำหรับใครที่ชอบความง่าย ๆ เป็นธรรมชาติ อย่างบ้านสไตล์ลอฟท์ บ้านไม้ หรือบ้านปูนเปลือย ต้องการโชว์ความดิบของโครงสร้างบ้าน การติดตั้งสายไฟแบบลอยก็จะมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

การเดินสายไฟเป็นระบบไฟฟ้าภายในบ้านที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากติดตั้งไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และทำให้ทรัพย์สินเสียหายได้ ซึ่งการเดินสายไฟนั้นจะต้องเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับอาคารและรูปแบบการใช้งาน ที่สำคัญจะต้องเลือกประเภทของสายไฟ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ให้มีมาตรฐาน นอกจากนี้หลังจากติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้านเรียบร้อยแล้ว จำเป็นจะต้องมีการเช็กระบบไปในจุดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน หากในจุดใดเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้อย่างทันถ่วงที เพื่อไม่เกิดอันตรายเวลาใช้งานจริง

และถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังสนใจหาตัวช่วยในการออกแบบพื้นที่ในบ้าน รวมทั้งต้องการเดินสายไฟภายในตัวบ้าน ลองทักปรึกษา Mela Deco ได้เลยน๊า ทีมงานพร้อมให้บริการสุด ๆ เลยค่ะ

Website :: https://meladeco.com/
Official Instagram :: https://www.instagram.com/meladecoth/
Line Official :: @meladeco
Official Fanpage ::
https://www.facebook.com/MelaDecoTH

 

More from Mela Deco

ในปัจจุบัน การบิวท์อินบ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่เก็บของที่เป็นระเบียบ การเพิ่มความสวยงามให้กับห้องต่าง ๆ หรือการปรับปรุงบ้านเพื่อเพิ่มมูลค่า ทุกอย่างนี้ทำให้การบิวท์อินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับบ้านของตัวเอง บทความนี้ Mela Deco จะมาอธิบายเหตุผลสำคัญที่ทำให้การบิวท์อินบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนเก็บไว้พิจารณา
ในวงการออกแบบและการก่อสร้างตกแต่งที่อยู่อาศัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ และเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่มีคุณภาพจริงเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างผลงานให้ออกมาเป็นที่น่าภูมิใจและตรงตามโจทย์ที่เราต้องการได้ตั้งแต่ต้น วันนี้ Mela Deco เลยมีข้อควรรู้ที่จะทำให้เราสามารถเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในได้ตามต้องการ ทั้งคุณภาพ ราคาการบริการ เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยมีวิธีการและหลักเกณฑ์ง่าย ๆไม่ซับซ้อนมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินให้เข้ากับบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของบ้านอีกด้วย
ภาพ 3D หรือ ภาพ 3D Render คือ ภาพที่ได้จากการนำโมเดลสามมิติที่สร้างขึ้นมาจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาผ่านกระบวนการประมวลผลเพื่อสร้างภาพสองมิติที่สมจริงเสมือนภาพถ่าย ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพรวมของห้องที่เราต้องการตกแต่งได้อย่างชัดเจนและสมจริงมากขึ้น ก่อนที่จะลงมือตกแต่งภายในจริง ๆ และยังช่วยให้เราวางแผนและปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อลดความผิดพลาดได้นั่นเองค่ะ
เทรนด์การตกแต่งภายในของปี 2025 เป็นปีที่เน้นความสมดุลระหว่างความงามและความยั่งยืน สีสันที่เลือกใช้ในปีนี้เลยเน้นไปที่การเติมเต็มความงดงามให้กับพื้นที่ และกระตุ้นอารมณ์ในทางบวกอีกด้วย บทความนี้ Mela Deco จะพามาเจาะลึกเทรนด์สีที่กำลังมาแรงในปี 2025 นี้พร้อมเคล็ดลับการใช้ให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กันค่ะ
เมื่อพูดถึงการออกแบบภายในสำหรับบ้านยุคใหม่ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเลือกวัสดุบิ้วอินที่เหมาะสม วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังต้องมีความทนทาน รองรับการใช้งานในระยะยาว วัสดุยอดนิยมที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ ไม้ หิน และโลหะ ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัสดุแต่ละประเภท พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

MELA DECO

Mela Deco รับออกแบบตกแต่งภายใน
ผลิตและติดตั้ง ที่ให้คุณได้ครบจบทั้งห้อง
ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
ตอบโจทย์ทุก Lifestyle

Latest Projects