ห้องครัว เป็นอีกพื้นที่หนึ่งภายในบ้านที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด ดังนั้นการออกแบบครัวที่ดีต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน วันนี้ Mela เลยอยากจะมาเผยเคล็ดลับการออกแบบห้องครัว ให้ดูโปร่งในพื้นที่จำกัดกับเพื่อน ๆ กันค่ะ

เลือกรูปแบบชุดครัวให้เหมาะกับพื้นที่
ก่อนอื่นเราต้องรู้จักเลือกรูปแบบชุดครัวให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานของเราก่อน เพราะแต่ละรูปแบบจะมีขนาดและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันไป มีทั้งชุดครัวแบบสำเร็จรูปและแบบ Built-in ซึ่งต้องมีการคำนวณขนาดพื้นที่ให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานตามมาได้นั่นเอง โดยหลัก ๆ จะแบ่งได้ 4 ประเภท
1. I-Shape [3 ตร.ม.]
ชุดครัวแบบแรกเหมาะกับพื้นที่ที่มีขนาดจำกัด อย่างเช่น คอนโด หอพัก และบ้านที่มีพื้นที่ครัวขนาดเล็ก ซึ่งรูปแบบจะเป็นการจัดวางชุดครัวขนานไปกับผนังฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อให้เหลือพื้นที่ทางเดิน

2. L-Shape [6 ตร.ม.]
ชุดครัวรูปแบบนี้เหมาะกับห้องครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย อาจจะเป็นคอนโดขนาดกลาง-ขนาดใหญ่ และโครงการบ้านที่มีห้องครัวกว้างขึ้น เพราะรูปแบบของชุดครัวจะเน้นการวางแบบเข้ามุม
2. L-Shape [6 ตร.ม.]
ชุดครัวรูปแบบนี้เหมาะกับห้องครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย อาจจะเป็นคอนโดขนาดกลาง-ขนาดใหญ่ และโครงการบ้านที่มีห้องครัวกว้างขึ้น เพราะรูปแบบของชุดครัวจะเน้นการวางแบบเข้ามุม
3. U-Shape [9 ตร.ม.]
ชุดครัวรูปแบบนี้ต้องการพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่ เพราะการจัดวางจะเต็มพื้นที่ในลักษณะโอบล้อมเต็มผนังทั้ง 3 ด้าน โดยจะเหลือพื้นที่ตรงกลางสำหรับเตรียมอาหารและทางเดิน

4. Island [12 ตร.ม.]
ชุดครัวรูปแบบนี้เน้นการจัดวางเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน นอกจากชุดครัวที่ติดกับผนังกำแพงในลักษณะ Shape ต่าง ๆ แล้ว ยังมีการเพิ่ม Counter Bar ขึ้นมา สำหรับวางอาหาร หรือใช้นั่งรับประทานอาหาร

เฟอร์นิเจอร์ไม่ควรเยอะเกินไป
โดยปกติแล้วเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องครัวหลัก ๆ จะประกอบไปด้วย ชุดครัว, เคาน์เตอร์ และเก้าอี้บาร์ ส่วนใหญ่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดจะถูก Built-in ขึ้นมาให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ดังนั้นการจัดรูปแบบของการใช้งานจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ขึ้นตอนของการออกแบบแล้ว

การนำเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติม อาจจะทำให้เกิดความลำบากในการใช้งาน รวมไปถึงอาจก่อให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วการจัดวางฟังก์ชันที่ดีเองจะช่วยเสริมให้เราใช้งานอุปกรณ์ภายในครัวได้สะดวกขึ้น
โดยเฟอร์นิเจอร์ที่สอดคล้องในส่วนของการทำครัวจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนเก็บของ, ส่วนทำความสะอาด และส่วนปรุงอาหาร ซึ่งทั้ง 3 ส่วนจะทำหน้าที่แตกต่างกัน แต่สามารถเชื่อมโยงการใช้งานถึงกันได้ดี หากมีการเลือกจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ถูกและมีเท่าที่จำเป็น

เลือกใช้วัสดุให้เข้ากับพื้นที่โดยรวม
สำหรับการเลือกใช้วัสดุภายในครัว เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะภายในห้องครัวจะมีทั้งควัน คราบน้ำ คราบน้ำมัน เศษอาหาร และปัจจัยสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ถ้าหากเลือกวัสดุผิดประเภท อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือบางกรณีอาจก่อให้เกิดอันตรายจากไฟไหม้ หรือน้ำรั่วซึมได้อีกด้วย โดยวัสดุที่ใช้งานภายในห้องครัวจะมี 5 ประเภทหลัก ๆ ที่แนะนำ
1. ไม้สังเคราะห์ : เป็นวัสดุปิดพื้นผิวที่เลียบแบบมาจากไม้ธรรมชาติ เช่น ลามเนต, วิเนียร์ เป็นต้นฯ ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะใช้ปิดผิวบริเวณหน้าบานตู้, ท็อปเคาน์เตอร์ครัว หรือบริเวณที่ห่างจากซิงค์ล้างจานเพื่อหลีกเลี่ยงความชื้น

2. หินสังเคราะห์ : มักจะถูกใช้งานบริเวณท็อปเคาน์เตอร์ เนื่องจากหินสังเคราะห์มีคุณสมบัติที่แข็งแรงคงทนสูง ป้องกันรอยขูดขีดได้ดี และไม่เป็นตัวพาหะลามไฟ นอกจากนั้นยังไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชื้น

3. กระเบื้องแกรนิตโต้ : อีกหนึ่งวัสดุที่ถูกใช้งานบริเวณท็อปเคาน์เตอร์ และยังสามารถใช้งานเป็นวัสดุปูพื้นได้ดี โดยคุณสมบัติของกระเบื้องแกรนิตโต้มีความแข็งแรงสูง และป้องกันความชื้นได้ดี ทำให้เมื่อสัมผัสจะไม้เกิดการลื่นหกล้ม

4. กระเบื้องเซรามิก : กระเบื้องประเภทนี้ถูกใช้งานในส่วนตกแต่งบริเวณผนังหลังเคาน์เตอร์ครัว รวมไปถึงใช้เป็นวัสดุปูพื้น โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความเงางามสวยงาม มีแบบให้เลือกหลากหลาย และที่สำคัญทำความสะอาดง่าย

5. กระจกพ่นสี : เป็นวัสดุที่ถูกใช้งานในบริเวณผนังหลังครัวโดยเฉพาะ เพราะเช็ดถูทำความสะอาดง่าย มีผิวสัมผัสสวยงามแปลกตา นอกจากนั้นยังทนต่อความชื้น ไม่เกิดการผุกร่อนง่ายเหมือนวัสดุอื่นๆ

การออกแบบในส่วนของห้องครัวถือว่ามีรายละเอียดซับซ้อนมากที่สุด เพราะนอกจากออกแบบให้สวยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ความลงตัวของฟังก์ชันการใช้งาน ขนาดความสูงต้องเหมาะกับผู้อยู่อาศัย และที่สำคัญที่สุดคือต้องปลอดภัยอีกด้วย
ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังสนใจหาตัวช่วยในการออกแบบพื้นที่ในครัว ลองทักหา Mela Deco ได้เลยน๊า ทีมงานพร้อมให้บริการสุด ๆ เลยค่ะ