วัสดุไม้สำหรับ Built-in แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

ไม้ หนึ่งในวัสดุอุปกรณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่นำเอามาใช้ในการบิวท์อิน แต่ไม้ทุกชนิดก็มีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก่อนเลือกนำเอามาใช้งานควรที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน หรืออาจจะมองหาผู้ช่วยในการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมอย่าง ก็จะทำให้การบิวท์อินในแต่ละครั้ง เป็นเรื่องที่ง่าย ที่จะสามารถทำให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยวันนี้เราจะมาบอกวิธีพื้นฐานสำหรับการเลือกใช้ไม้ที่เหมาะกับการนำเอามาบิวท์อินต่อเติม ที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

  • ไม้จริงหรือไม้อัดประเภทอื่นๆ

สำหรับไม้ที่มักจะได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในการนำเอามาทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ก็เป็นเพราะมีความทนทาน และแข็งแรง แต่ไม้ประเภทนี้ก็ต้องบอกว่าจะมีราคาแพงกว่าไม้อัดอย่างเห็นได้ชัด โดยที่จะมีกระบวนการผลิตโดยที่ นำไม้มาปอกเปลือกชั้นนอกที่ตะปุ่มตะป่ำออกไปออกไป ต่อไปเป็นกระบวนการ ทำให้บาง และ อัดเป็นชั้น ๆ จนแน่น และหลังจากนั้นก็นำไม้ที่ดัดแปลงออกมาแล้วไปทำปฏิกิริยากับสารเคมี ซึ่งอาจเป็นการนำมาผสมกับกาวร้อนหรือกาวเย็น โดยจะขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละโรงงานที่ทำออกมา และปิดผิวด้วยเยื่อบุไม้ ซึ่งไม้อัดนั้นก็เป็นไม้ที่ทำขึ้นมาจากไม้ชนิดต่าง ๆ นั่นเอง

  • 2. ไม้ปาติเกิลบอร์ด (Particle Board)

สำหรับไม้ประเภทนี้ ก็คือแผ่นไม้ที่ผลิตขึ้นมาจากไม้แท้ ๆ โดยที่วิธีการผลิตก็จะนำมาบดย่อยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นด้วยความร้อน กาว และแรงอัด โดยที่คุณสมบัติหลัก ๆ ที่ทำให้ได้รับความนิยมนั่นก็คือ สามารถป้องกันปลวก และความชื้นได้ค่อนข้างดี โดยปกติแล้วไม้ชนิดนี้จะมีการผลิตออกมาให้เลือกใช้งาน 2 ขนาดด้วยกัน คือขนาด 1200×2400 มม. และ ขนาด 1800×2400 มม. แต่จะมีความหนาให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ อย่างเช่น หนา 3 มม. 9 มม. 16 มม. 19 มม. เป็นต้น แผ่นปาติเคิ้ล บอร์ดนี้ยังเป็นแผ่นไม้ที่ไม่ได้ปิดผิวภายนอกน และเมื่อนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งบ้านแล้วก็ยังต้องมีการนำวัสดุปิดผิวมาปิดเพื่อความสวยงามอีกทีหนึ่ง โดยที่ไม้ประเภทนี้จะมีราคาที่ถูกกว่า MDF และไม้จริง

  • ไม้ MDF ( Medium Density Fiberboard)

สำหรับ MDF ไม้ประเภทนี้ จะเป็นไม้อัดที่ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ทำมาจาก ฝุ่นไม้ที่บดจนละเอียด โดยที่จะเป็นการนำเอามาผสมเข้ากับกาว แล้วนำเอามาอัด เพื่อให้ออกมาเป็นแผ่น เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน โดยที่วัสดุชนิดนี้จะมีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก เพราะตัวเนื้อไม้จะมีความหนาแน่นที่สูงกว่าไม้ปาติเกิลบอร์ด โดยส่วนใหญ่แล้ว ไม้ประเภทนี้มักจะนิยมนำเอามาใช้ในส่วนที่ต้องการความแข็งแรง เช่น ใช้เป็นหน้าโต๊ะ แล้วปิดผิวด้วยวัสดุปิดผิว หรืออาจใช้วิธีพ่นเคลือบหรือทาสีก็ได้ โดยปกติแล้วไม้ประเภทนี้จะมีราคาที่แพงกว่า ปาติเคิ้ล บอร์ด แต่จะมีราคาที่ถูกกว่าไม้จริง

 

สาเหตุที่มีการนำเอาไม้มาเป็นวัสดุหลักในการทำเฟอร์นิเจอร์ ก็เป็นเพราะง่ายต่อการใช้งาน ง่ายต่อการประกอบ และที่สำคัญยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายอีกด้วย โดยที่การนำเอาไม้มาเป็นวัสดุหลัก ก็จะทำให้สามารถใส่สีสันเข้าไปได้มากมาย โดยวันนี้เราก็ได้นำข้อมูลมาบอกต่อว่า ไม้ที่นำเอามาใช้เป็นวัสดุหลัก ๆ ในการทำบิวท์อินมีกี่ประเภท ดังนี้

1. Particle Board (ไม้ปาติเกิล)

สำหรับไม้ประเภทแรก ก็คือไม้ปาติเกิล สำหรับไม้ชนิดนี้ ส่วนมากนั้น จะเป็นการนำเศษไม้ยางพารา ขนาดเล็ก แต่ไม่ได้บดละเอียดถึงกับเป็นผง มักเรียกว่า ขี้เลื่อย เพราะโดยปกติแล้วขี้เลื่อยเหล่านี้ มักจะมีขนาดที่ไม่เท่ากัน เพราะจะมีสิ้นส่วนบางเศษที่มีขนาดใหญ่ และมีบางเศษที่มีขนาดเล็ก ปะปนกันไป แล้วนำเอาเศษไม้เหล่านั้นเอามาผ่านกรรมวิธีในการอัดบดเป็นแผ่น และนำเอามาผสมกาว และผ่านกระบวนการทางเคมีจนได้แผ่นไม้ต่างขนาดกัน เช่น แผ่นไม้ขนาด 1.20 x 2.45 เมตร โดยความหนาของไม้ที่นิยมใช้มาทำเฟอร์นิเจอร์ จะมีความหนาต่อแผ่นอยู่ที่ประมาณ 15 มิลลิเมตร และ 25 มิลลิเมตร เท่านั้น แล้วแต่คุณภาพ

2. Medium-Density Fiberboard (ไม้ MDF)

ไม้ประเภทที่สอง เป็นไม้ที่เหมาะแก่การนำเอามาเป็นวัสดุในการบิวท์อิน นั่นก็คือ ไม้ MDF ซึ่งคำว่า MDF นี้ย่อมาจากคำว่า Medium-Density Fiberboard สำหรับโดยไม้ชนิดนี้ จะมีคุณสมบัติที่มีความคล้ายคลึงกับ ไม้ปาติเกิล (Particle Board) หรือก็คือการนำเอาเศษขี้เลื่อยของไม้ยางพารามาบดอัด โดยการใช้กรรมวิธีที่คล้ายคลึงกัน แต่ว่า ไม้ MDF จะต้องผ่านกระบวนการอัดไม้ ด้วยเครื่องบดอัดไม้เฉพาะตัว โดยจะต้องเป็นเครื่องแรงอัด ที่มีความแรงอัดสูงมากเป็นพิเศษ พร้อมกับความร้อน ด้วยเครื่องจักรเฉพาะทาง ความหนาแน่น โดยปกติแล้วจะอยู่ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (kg/m3) ขึ้นไป

3. Plywood (ไม้อัด)

สำหรับไม้ประเภทถัดมา เป็นประเภทไม้ที่น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สำหรับไม้อัด ไม้ประเภทนี้ถือว่าเป็นไม้ที่มีคุณภาพดีขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า มีคุณสมบัติที่ดีกว่าทั้ง ไม้ MDF และ ไม้ปาร์ติเกิล ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของความทนทาน แข็งแรง และคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น การกันน้ำ กันปลวก เป็นต้น เพราะกระบวนการในการผลิต จะมีขั้นตอนที่พิเศษขึ้นมากว่าประเภทอื่น ๆ นั่นก็คือ แรกเริ่ม ไม่ได้นำเอาไม้มา โดยส่วนใหญ่ ไม้อัด จะมีกระบวนการผลิตโดยที่ นำไม้มาปอกเปลือกชั้นนอกที่ตะปุ่มตะป่ำออกไปออกไป ต่อไปเป็นกระบวนการ ทำให้บาง และอัดเป็นชั้น ๆ จนแน่น และหลังจากได้ไม้ที่ออมาเป็นรูปเป็นร่างที่สมบูรณ์แล้ว ก็นำเอาไม้ไปเข้าขั้นตอนทางเคมี ซึ่งอาจเป็นการนำมาผสมกับกาวร้อนหรือกาวเย็น โดยส่วนใหญ่แล้ว แต่ละโรงงานก็จะมีสูตรเฉพาะของใครของมันที่แตกต่างกันออกไป

4. Wood (ไม้แท้ หรือ ไม้จริง)

สำหรับไม้ประเภทสุดท้าย ที่มักจะได้รับความนิยมนำเอามาใช้เป็นวัสดุในการบิวท์อินนั่นก็คือ ไม้จริง หรือ ไม้แท้ (Wood) แต่ก็จะสามารถแยกออกมาได้หลายประเภท และนอกไปจากนี้แล้ว เนื้อไม้ของไม้แท้ กับอายุของเนื้อไม้ที่โตแล้ว ก็จะสามารถแยกความแตกต่างกันในการใช้งานได้อีกด้วย และรวมไปถึงเรื่องของราคา เพราะต่อให้ถึงแม้ไม้ชนิดนั้น ๆ จะเป็นไม้ประเภทเดียวกันก็ตาม ส่วนใหญ่จะนับเป็นแบบ หน้าไม้ท่อน ตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป เพราะฉะนั้นเรื่องความหนาจึงถือเป็นจุดเด่นของไม้ประเภทนี้เลย เพราะเป็นไม้เนื้อเดียวจากธรรมชาติเลยจริง ๆ ไม่ได้ถูกบด แล้วนำมาบีบอัดทีหลัง เพราะฉะนั้นถ้าหากให้พูดถึงความทนทาน ก็จะตอบแทนการใช้งานที่สูงมาก ๆ

และถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังสนใจหาตัวช่วยในการออกแบบพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งนอกบ้าน และในบ้าน ลองทักหา Mela Deco ได้เลยนะคะ ทีมงานพร้อมให้บริการสุด ๆ เลยค่ะ

Website :: https://meladeco.com/
Official Instagram :: https://www.instagram.com/meladecoth/
Line Official :: @meladeco
Official Fanpage ::
https://www.facebook.com/MelaDecoTH

 

More from Mela Deco

ในปัจจุบัน การบิวท์อินบ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่เก็บของที่เป็นระเบียบ การเพิ่มความสวยงามให้กับห้องต่าง ๆ หรือการปรับปรุงบ้านเพื่อเพิ่มมูลค่า ทุกอย่างนี้ทำให้การบิวท์อินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับบ้านของตัวเอง บทความนี้ Mela Deco จะมาอธิบายเหตุผลสำคัญที่ทำให้การบิวท์อินบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนเก็บไว้พิจารณา
ในวงการออกแบบและการก่อสร้างตกแต่งที่อยู่อาศัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ และเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่มีคุณภาพจริงเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างผลงานให้ออกมาเป็นที่น่าภูมิใจและตรงตามโจทย์ที่เราต้องการได้ตั้งแต่ต้น วันนี้ Mela Deco เลยมีข้อควรรู้ที่จะทำให้เราสามารถเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในได้ตามต้องการ ทั้งคุณภาพ ราคาการบริการ เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยมีวิธีการและหลักเกณฑ์ง่าย ๆไม่ซับซ้อนมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินให้เข้ากับบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของบ้านอีกด้วย
ภาพ 3D หรือ ภาพ 3D Render คือ ภาพที่ได้จากการนำโมเดลสามมิติที่สร้างขึ้นมาจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาผ่านกระบวนการประมวลผลเพื่อสร้างภาพสองมิติที่สมจริงเสมือนภาพถ่าย ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพรวมของห้องที่เราต้องการตกแต่งได้อย่างชัดเจนและสมจริงมากขึ้น ก่อนที่จะลงมือตกแต่งภายในจริง ๆ และยังช่วยให้เราวางแผนและปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อลดความผิดพลาดได้นั่นเองค่ะ
เทรนด์การตกแต่งภายในของปี 2025 เป็นปีที่เน้นความสมดุลระหว่างความงามและความยั่งยืน สีสันที่เลือกใช้ในปีนี้เลยเน้นไปที่การเติมเต็มความงดงามให้กับพื้นที่ และกระตุ้นอารมณ์ในทางบวกอีกด้วย บทความนี้ Mela Deco จะพามาเจาะลึกเทรนด์สีที่กำลังมาแรงในปี 2025 นี้พร้อมเคล็ดลับการใช้ให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กันค่ะ
เมื่อพูดถึงการออกแบบภายในสำหรับบ้านยุคใหม่ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเลือกวัสดุบิ้วอินที่เหมาะสม วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังต้องมีความทนทาน รองรับการใช้งานในระยะยาว วัสดุยอดนิยมที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ ไม้ หิน และโลหะ ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัสดุแต่ละประเภท พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

MELA DECO

Mela Deco รับออกแบบตกแต่งภายใน
ผลิตและติดตั้ง ที่ให้คุณได้ครบจบทั้งห้อง
ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
ตอบโจทย์ทุก Lifestyle

Latest Projects