มาทำความรู้จักกับไม้ MDF และ HMR กัน!

ในปัจจุบันนั้น วัสดุที่นำมาใช้ในการทำโครงสร้างงานบิวท์อินนั้น มีให้เลือกหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติ และนิยมนำมาใช้งานในส่วนที่แตกต่างกัน รวมไปถึงราคาที่สูง-ต่ำแตกต่างกันไป ซึ่งอาจทำให้เพื่อนๆ เกิดความลังเลไม่แน่ใจในการเลือกวัสดุ ซึ่งตัววัสดุที่สงสัยกันอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ วัสดุไม้ HMR และไม้ MDF นั้นเอง ด้วยข้อดีที่มีเหมือนกันของทั้ง 2 วัสดุนี้ ซึ่งก็คือ น้ำหนักเบาและมีความเหนียว อีกทั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้วัสดุทั้ง 2 ตัวนี้เป็นที่นิยม และถูกเลือกใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ใหญ่ๆ ตามท้องตลาดนั้นเอง

แต่ตอนนี้หลาย ๆ โรงงานก็ได้ให้ความสำคัญกับวัสดุไม้ HMR มากขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติที่ดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน และสามารถนำไปใช้ในงานบิวท์อินได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นนั้นเองครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ Mela จะพามาทำความรู้จักกับไม้ทั้ง 2 ตัวนี้กันค่ะ

>> ไม้ MDF

ไม้ MDF ย่อมาจาก Medium Density Fiber Board เป็นวัสดุประเภทไม้อัด ความหนาแน่นปานกลาง เหมาะสำหรับใช้ในงานตกแต่งภายใน เช่น ผนัง และใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปที่ไม่ติดพื้นที่เปียก เช่น หน้าบานตู้ โต๊ะ ชั้นวางของ เตียงนอนสามารถปิดผิววัสดุต่างๆ หรืองานพ่นสีได้

โดยวัสดุ MDF นี้จะมีลักษณะเป็นแผ่นใยไม้อัดคล้ายกับไม้ปาติเกิล ซึ่งตัวเนื้อไม้จะมีลักษณะของเศษใยไม้ที่ละเอียดกว่าและแน่นกว่า ซึ่งตัวเศษไม้ MDF นี้จะทำมาจากไม้ยางพารา, ไม้ยูคาลิปตัส, หรือ ไม้ขี้เลื่อยต่าง ๆ นำมาบดจากนั้นจะถูกนำไปอัดเป็นแผ่นด้วยเครื่องอัดแรงดันสูงโดยใช้ความร้อนเข้าช่วย นั่นจึงทำให้ตัวเนื้อไม้ MDF นั้น มีความแน่นและเหนียวกว่าไม้ปาติเกิลเป็นอย่างมาก

คุณสมบัติเด่นๆ

1.มีความเรียบเนียน สม่ำเสมอกันทั้งแผ่น

2.เนื้อไม้มีความแน่น

3.น้ำหนักเบา

4.สามารถทาสีได้ทั้ง พ่นสี ปิดผิวลามิเนต

5.สามารถ เซาะร่อง เจาะ สลักลาย เพิ่มความสวยงามได้

ความเหมาะสมในการใช้งาน

ด้วยความที่ไม้ MDF นั้น มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาและมีความหนาแน่นของเนื้อไม้ที่สูงกว่าปาติเกิลและที่สำคัญมีต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ จึงได้รับความนิยมจากบริษัทเฟอร์นิเจอร์เจ้าใหญ่ ๆ นำไปทำในส่วนของชุดเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ ตู้ ชั้นวางของ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน แต่ในงานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินอย่างชุดครัวแล้วนั้น จะนิยมนำไปใช้ในส่วนของหน้าบาน ตู้ลอยหรือตู้แขวน ชั้นวางของภายในตู้ เท่านั้น เนื่องจากวัสดุ MDF นั้น เป็นวัสดุไม้ที่มีน้ำหนักเบาก็จริง แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องของความแข็งแรงหรือการรับน้ำหนัก ไปจนถึงการทนทานต่อน้ำ ความชื้น ความร้อน เพราะเหตุนี้หลาย ๆ บริษัทที่ผลิตชุดครัวจึงไม่นิยมนำไปทำในส่วนของเคาน์เตอร์ครัว ที่จะต้องเจอกับทั้ง น้ำ ความร้อน ความชื้น และยังมีในเรื่องมดปลวกที่เป็นศัตรูของไม้ เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง

>> ไม้ HMR

ไม้ HMR ย่อมาจาก High Moisture Resistance board คือวัสดุไม้กันชื้น หรือไม้ MDF ผสมสารทนความชื้น มีคุณสมบัติคล้ายกันกับไม้ MDF แต่มีความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นมาคือการทนความร้อน และทนความชื้นได้ เหมาะสำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินในห้องน้ำ หรือห้องครัว

ซึ่งมีกรรมวิธีในการผลิตแบบเดียวกันกับ MDF เลย แตกต่างกันแค่ HMR จะเพิ่มในส่วนของสารกันชื้นเข้าไปในขั้นตอนบีบอัด ทำให้เนื้อไม้มีสีเขียวซึ่งเป็นจุดเด่นของไม้ชนิดนี้เลย เรียกง่าย ๆ ว่าคือ MDF แบบอัปเกรดขึ้นมา ทำให้มีความแข็งกว่าเดิม เหนียวกว่าเดิม สามารถทนน้ำได้ดีกว่าเดิมและกันชื้นได้ดีกว่าเดิม ที่คงเดิมคือน้ำหนักที่ยังคงเบาอยู่เช่นเดิมนั้นเอง

คุณสมบัติเด่นๆ

1.สามารถทนต่อความชื้นได้ดี

2.น้ำหนักเบา

3.แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี

4.สามารถทำสีได้หลายรูปแบบทั้ง พ่นสี หุ่มเมมเบรน ปิดผิวลามิเนต

5.สามารถเซาะร่อง ยกขอบ ฉลุลวดลายได้

6.ไม้ HMR ได้รับการรับรองว่าเป็นไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม FSC (E2)

7.สามารถนำไปใช้งานได้กับทุกส่วนของงานบิวท์อิน ตั้งแต่ โครงสร้างเคาน์เตอร์ ตู้ลอย ตู้สูง หน้าบาน ชั้นวางของ

ความเหมาะสมในการใช้งาน

ด้วยความที่ ไม้ HMR ได้อัปเกรดตัวเองให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นมากๆ ทั้งในด้านของความทนทานต่างๆ ทั้ง ความชื้น ความร้อนและการทนน้ำ ทำให้วัสดุ HMR ถูกหยิบมาใช้ในงานบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์ภายในมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ชุดครัว ชุดวางทีวี ตู้เสื้อผ้า ไปจนถึงบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องน้ำ ก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งจะต่างจาก MDF ที่มีข้อจำกัดในหลาย ๆ อย่าง

สรุปความแตกต่าง

ด้วยความที่ทั้ง 2 วัสดุนี้ มีกรรมวิธีในการผลิตที่เหมือนกันและมีเรทราคาที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้บริษัทผู้รับเหมาบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์หลายแห่ง รวมทั้ง Mela Deco ด้วย เลือกที่จะใช้ HMR กันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณสมบัติที่ดีกว่า ทั้งในแง่ของความทนทาน ความแข็งแรง และความครอบคลุมในการใช้งาน นั้นจึงทำให้ วัสดุ HMR ดูมีภาษีที่ดีกว่า แต่ในบางบริษัทเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ ๆ หรือผู้รับเหมาบางรายก็ยังคงเลือกใช้ วัสดุ MDF อยู่ เนื่องจากมีต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ หรือบางรายก็เลือกใช้ในงานเฉพาะจุดหรืองานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเล็ก ๆ อย่าง โต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นวางทีวีขนาดเล็ก ตู้ข้างเตียง อยู่บ้างครับซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกวัสดุในการทำงานบิวท์อินนั้น ก็ควรที่จะเลือกวัสดุที่เน้นในเรื่องของความทนทานดีกว่า เพื่อป้องกันการมีปัญหาในระยะยาวที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั่นเองค่ะ

หากถามถึงจุดสังเกตแบบง่าย ๆ ในการเลือกใช้ไม้ทั้ง 2 ประเภท ไม้ MDF จะเป็นสีน้ำตาล ส่วนไม้ HMR  จะเป็นสีเขียว ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรเลือกใช้และตรวจสอบให้ตรงกับความต้องการ และการใช้งานด้วย หวังว่าข้อมูลในบทความนี้น่าจะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้รู้และเข้าใจถึงตัววัสดุทั้ง 2 ตัวมากยิ่งขึ้นนะคะ

และเพื่อน ๆ ท่านไหนที่กำลังสนใจหาตัวช่วยในการออกแบบพื้นที่ในบ้าน ลองทักหา Mela Deco ได้เลยน๊า เรายินดีให้คำปรึกษา รับฟังทุกความชอบและความต้องการ ออกแบบและสร้างสรรค์เพื่อที่อยู่อาศัย ให้ตรงตามความต้องการ ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และน่าอยู่มากขึ้น ทีมงานพร้อมให้บริการสุด ๆ เลยค่ะ

Website :: https://meladeco.com/
Official Instagram :: https://www.instagram.com/meladecoth/
Line Official :: @meladeco
Official Fanpage ::
https://www.facebook.com/MelaDecoTH

 

More from Mela Deco

ในปัจจุบัน การบิวท์อินบ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่เก็บของที่เป็นระเบียบ การเพิ่มความสวยงามให้กับห้องต่าง ๆ หรือการปรับปรุงบ้านเพื่อเพิ่มมูลค่า ทุกอย่างนี้ทำให้การบิวท์อินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับบ้านของตัวเอง บทความนี้ Mela Deco จะมาอธิบายเหตุผลสำคัญที่ทำให้การบิวท์อินบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนเก็บไว้พิจารณา
ในวงการออกแบบและการก่อสร้างตกแต่งที่อยู่อาศัย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ และเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่มีคุณภาพจริงเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างผลงานให้ออกมาเป็นที่น่าภูมิใจและตรงตามโจทย์ที่เราต้องการได้ตั้งแต่ต้น วันนี้ Mela Deco เลยมีข้อควรรู้ที่จะทำให้เราสามารถเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายในได้ตามต้องการ ทั้งคุณภาพ ราคาการบริการ เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยมีวิธีการและหลักเกณฑ์ง่าย ๆไม่ซับซ้อนมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินให้เข้ากับบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของบ้านอีกด้วย
ภาพ 3D หรือ ภาพ 3D Render คือ ภาพที่ได้จากการนำโมเดลสามมิติที่สร้างขึ้นมาจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาผ่านกระบวนการประมวลผลเพื่อสร้างภาพสองมิติที่สมจริงเสมือนภาพถ่าย ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพรวมของห้องที่เราต้องการตกแต่งได้อย่างชัดเจนและสมจริงมากขึ้น ก่อนที่จะลงมือตกแต่งภายในจริง ๆ และยังช่วยให้เราวางแผนและปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อลดความผิดพลาดได้นั่นเองค่ะ
เทรนด์การตกแต่งภายในของปี 2025 เป็นปีที่เน้นความสมดุลระหว่างความงามและความยั่งยืน สีสันที่เลือกใช้ในปีนี้เลยเน้นไปที่การเติมเต็มความงดงามให้กับพื้นที่ และกระตุ้นอารมณ์ในทางบวกอีกด้วย บทความนี้ Mela Deco จะพามาเจาะลึกเทรนด์สีที่กำลังมาแรงในปี 2025 นี้พร้อมเคล็ดลับการใช้ให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กันค่ะ
เมื่อพูดถึงการออกแบบภายในสำหรับบ้านยุคใหม่ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเลือกวัสดุบิ้วอินที่เหมาะสม วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังต้องมีความทนทาน รองรับการใช้งานในระยะยาว วัสดุยอดนิยมที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ ไม้ หิน และโลหะ ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัสดุแต่ละประเภท พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

MELA DECO

Mela Deco รับออกแบบตกแต่งภายใน
ผลิตและติดตั้ง ที่ให้คุณได้ครบจบทั้งห้อง
ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
ตอบโจทย์ทุก Lifestyle

Latest Projects